ช่วยด้วยค่ะ

 blog เราสงสับป่วยหนัก

ลบอะไรไม่ได้เลย

แถบเครื่องมือก็ไม่ขึ้น

 ต้องคอยกด Disable WYSIWYG ตลอดค่ะ

ใครทราบวิธีแก้ช่วยบอกด้วยนะคะ

ถ้าแก้ไม่ได้จริง ๆ ก็อยากเปลี่ยน blog อ่าค่ะ

รบกวนด้วยนะคะ

ขอบคุณค่ะ

มาพบกับ Part II (พูดอย่างกับมีแฟนคลับติดตามเยอะ -*-)

ตอนนี้ เอาข้อมูลที่เกี่ยวกับการเรียนพิเศษ ซึ่งประหนึ่งว่าไม่ใช่ข้อมูลอะไรเลย -*-

จะว่าไงดีอ่ะ... ก็อ่านเอาเองแล้วกันค่ะ 555+

 

2. ชีวิตนักเรียนแพทย์

          ทัศนคติเราที่มีต่อการเรียนแพทย์นั้น มันแบบ...หนักหนามหาโหดสุด ๆ ไปเลย ประมาณว่า...

          เครียดมาก เรียนหนักมาก อ่านหนังสือเยอะมาก ติวเยอะมาก ทำงานเยอะมากกกกก ...

          คือทุกอย่างลงท้ายด้วยความ "มาก" ทั้งหมด ยกเว้น

          เวลาพักผ่อน และ เวลานอน = น้อยมากกกก

          แต่เมื่อ...เราได้โคจรมาพบกับพี่สาวผู้น่ารักซึ่งเป็น Tutor ให้เรา ทำให้ทัศนคติของเรานั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ย้ำ!! สิ้นเชิงจริง ๆ ><

          มันดำเนินมาได้ยังไง ก็อ่านได้เลย!! ...

 

          อ้อ...แต่บอกก่อนว่า ไม่ได้มีรายละเอียดมากนักนะคะ แทบจะไม่มีเลยงั้นแหละ  แต่คือ เป็นเรื่องของความรู้สึกพี่เค้ากับการเรียนมากกว่าอ่า มาเล่าสู่กันฟังเฉย ๆ

 

          ก่อนหน้าที่จะไปเรียนกับพี่เค้า อ่านหนังสือการ์ตูนเกี่ยวกับหมอมา แปลมาจากเกาหลี (ซื้อเป็นของขวัญคุณเพื่อน ก่อนให้ก็แอบอ่าน 5555+) แล้วแบบว่า หมอทำงานหนักมากกกกกก ตารางชีวิตแทบไม่มีเวลาว่างเลย ก็ตกใจ เลยเอาไปให้พี่เค้าดูว่า เป็นแบบนี้จริงๆใช่มั้ย? แล้ววางตารางชีวิต ยังไง บลา ๆ ๆ

          แต่ผิดคาดคับ!! ><

          (โปรดติดตามตอนต่อไป 55+)

ประสบการณ์ตรง : เรียนพิเศษกับ -นักศึกษาแพทย์-

เป็นอะไรที่เราอยากเล่าสู่กันฟังเป็นอย่างมาก

แต่ว่า จะเริ่มยังไงดี ==...

 

คืองี้...:)

 

ที่บ้านเราอ่า กลัวเราเอ็นไม่ติดเลยเร่งให้เรากวดวิชา

เพื่อที่จะเตรียมตัวสอบเยอะ ๆ

พี่สาวเราเป็นธุระติดต่อให้กับคนสอนพิเศษ

ซึ่งก็ได้เรียนวิชาเคมีกับพี่นักศึกษาแพทย์ผู้หญิงคนหนึ่ง :]]*

 

ตอนแรกที่จินตนาการเอาไว้เกี่ยวกับ พี่ นสพ. คนนี้ คือ...

'ผิวขาว ใส่แว่น ตัวผอม พูดค่อยๆ เรียบร้อย เรียนเก่ง'

อะไรทำนองนี้

 

แต่เมื่อได้พับกับตัวจริง !!

 

ทุกอย่างผิดคาด !!><

 

เพราพี่สาวคนที่ว่าเนี่ย ออกแนว...ยังไงดี

ก็เป็นผู้หญิงธรรมดาทั่วไป

ไม่แต่งตัวจัด ไม่แต่งหน้าทาปากอะไร การพูดจาเป็นกันเอง เล่นนู่นเล่นนี่

ไม่ดูขรึมเว่อร์ ไม่ nerd

อะไรเทือก ๆ นี้อ่า

แต่คือ ดูแล้ว ไม่เหมือน นสพ เลย 555+

แต่พี่เค้าฉลาดมาก

ด้วยความที่เรียนพิเศษกับพี่นักศึกษาแพทย์

ก็มีเรื่องเล่ามากมาย มาเล่าสู่กันฟัง

แต่ที่หลัก ๆ เห็นจะมี 2 เรื่อง คือ...

1) รูปแบบการสอนพิเศษของพี่

2. ชีวิตนักศึกษาแพทย์

 

เรื่องที่ 1 :: รูปแบบการสอนของพี่

          วันแรกที่เราไปเรียนเราหงิมมาก ๆ ห้า ๆๆ...เราเกรง และตั้งใจเว่อร์อ่ะ มันดูเครียด ๆ เพราะเรียนกับ นสพ.เรียนไปเรียนมา รู้สึกแปลกไปจากที่เคย "คิดไปเอง" มากมายเลย พี่เค้าเป็นคนพูด ...จะว่าพูดเก่งก็ไม่ใช่ แต่พี่เค้าเป็นกันเองอะไรประมาณนี้มากกว่า พูดกับเราเหมือนเป็นเพื่อนเป็นน้องที่สนิทกันมานานมาก ๆ เช่น "แกต้องดูว่าสารนี้ ทำงี้ๆๆ..นะ" "โอ๊โหหห...ไฮโซซซ (เวลาเราตอบถูก)" 

          เวลาพูดเล่น ๆ หรือปล่อยมุกกัน ก็จะเป็นมุก เรียบง่ายที่แบบ ไม่เล่นแรง ๆ อ่า ก็ทำให้หัวเราะผ่อนคลายกันได้ ...เราว่าพี่เค้าเป็นคนฉลาดมาก ตรงที่ทำเรื่องยาก ๆ เป็นเรื่องง๊าย ง่ายยยย ได้  ใช้คำพูดที่เข้าใจง่าย หลักการจำง่าย ๆ ที่ใช้ได้ผลมาก ๆ เชื่อมโยงอะไรซับซ้อน ๆ ให้เข้าใจได้แบบไม่สับสนเลย คือ สอนเก่งมากอ่ะ เวลาฟังคำถาม(ของเรา) หรือทำอะไรก็จะมีสมาธิ  แต่ว่าเจ๊แกสอนเร็วมากกกก แต่เราก็ตามค่อนข้างทันอยู่ เพราะเรียนแบบตัวต่อตัว

          เวลาเรียนก็มีคุยนอกเรื่องบ้างเล็กน้อย ส่วนใหญ่เราจะถามเรื่องเรียน มากกว่า ...จริงๆแล้วก็แทบไม่ถามเรื่องอื่นเลยแหละ เพราะไม่ใช่ธุระโกงการอะไรที่เราจำเป็นต้องรู้ เราก็ถามๆๆๆเรียนๆๆๆๆ

          - พี่คนนี้เนี่ยนะเค้าชอบวิชาเคมีมากที่สุด ชอบเรียนแล้วแบบ ที่ รร สอนช้า พี่เค้าก็บอกว่า "ที่ รร เก่าพี่ก็สอนช้าเหมือนกัน แต่พี่ไม่เคยรอ...ทำไมต้องรอให้คนอื่นมากำหนดชีวิตเราด้วย" ...คือพี่เค้าจะเรียน ๆ ไปเลย ไม่จำเป็นต้องเรียนตามหลักสูตร (ก็โดยการเรียนพิเศษ+อ่านหนังสือเพิ่มนี่แหละ) พี่เค้าบอกว่า ถ้าอ่านเองจะช้า แต่ถ้ามีคนมาคอยแนะนำจะทำให้เราเข้าใจเร็วขึ้น "ตอนที่พี่เรียนพิเศษ เวลาเค้าให้การบ้านมาก็ทำหมดตลอดนะ ทำทุกข้อเลย เค้าให้มาเยอะด้วย"

          - เราเคยถามว่าพี่เค้าเอ็นท์แพทย์มายังไง แอดฯหรือสอบตรง พี่เค้าบอกสอบตรง ...เรื่องเกรดที่โรงเรียนก็ได้ 4.00 ตลอด เว้นม.6เทอม 2 เพราะขี้เกียจอ่านไทย (ภาษาไทยเป็นวิชาที่น่าเบื่อสำหรับพี่เค้า หุหุ^.^) เลยได้ 3 - -*(<< ขี้เกียจแล้วนะ) ...ถามต่ออีกว่า ก่อนสอบตรง/โควตา เตรียมตัวยังไง พี่เค้าก็ตอบแบบหน้าตาเฉยว่า "

พี่ไม่เห็นต้องเตรียมตัวอะไรเลย - -...เคมีอะไรก็ได้อยู่แล้ว แต่ชีวะไม่ชอบท่องก็อ่านแค่เรื่อง DNA ไปอย่างเดียว 55+" 

เราคิดว่าพี่เค้าคงเป็นคนที่สม่ำเสมอมาก ๆ คือสะสมมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว  ไม่ต้องมาตั้งใจอ่านอะไรมากมาย แค่ทบทวนที่เรียนมาเป็นประจำ+ขยันทำโจทย์หน่อยก็เวิร์คแล้วล่ะ :))*

          - ความเก่งของพี่เค้าตอนม.ปลาย คือ การสอบเคมีได้คิด Top 5 ของโรงเรียน 0.0

          - เก่งแบบนี้เราเลยถามว่า อ่านหนังสืออะไรนอกจากหนังสือเรียนบ้างมั้ย? พี่เค้าอ่าน the secret กับ the key คิดใหญ่ไม่คิดเล็ก แล้วก็อะไรนี่แหละ ของคุณบัณฑิตอึ้งรังสีอ่ะ อันนี้คือที่พี่เค้าแนะนำ เราถามอีกว่า แล้วเคยอ่านของพี่หนูดีมั้ยคะ? - เคย - เป็นไงบ้างคะ? - ก็...ไม่มีอะไรอ่ะ เราเป็นได้ทุกอย่าง ถ้าเราอยากจะเป็น แค่ฝึกฝน ฝึกฝน - ...เราว่าหนังสือของพี่หนูดีดีมากๆนะ คิดว่าพี่เค้าได้ใช้เทคนิค mind maps ไรงี้รึเปล่า แต่คิดว่าพี่เค้าคงอ่านแต่เล่มแรกอ่ะ

          - เราเคบบ่นว่าอยากได้การศึกษาแบบ รร นี้ ๆๆ บ้างจัง พี่เค้าก็ให้คำแนะนำมาว่า " เรียนที่ไหนก็เหมือนกันนั่นแหละ มันแล้วแต่คน รร...(?) ยังเรียนพิเศษเลย ยึดติดไรมากมายกับโรงเรียน "

          (Partแรกนึกที่จะเขียนได้เท่านี้ อิอิ)

 

ต่อ Part2 ชีวิตนักเรียนแพทย์ ได้ที่เอนทรี่ถัดไปจร้า ^^

 

 

 

edit @ 13 Jun 2009 20:03:08 by หมูหนังสือ

ค่ะ ...วันนี้ไปผลาญเงินตัวเองด้วยหนังสือ อีกแล้ว ==a

ควรจะรู้สึกยังไงดี?

แหะ ๆ

หนังสือที่ว่านี้ของ พี่หนูดี-วนิษา เรซ ค่ะ 

เป็นเล่มสีเขียว ๆ ค่ะ... แล้วก็เป็นสี่สีทั้งเล่ม

ลองอ่านดูคร่าว ๆ แล้วค่ะ ดีมากเลยนะ ^^*

คุ้มเกินคุ้มละ ^^!!

อยากให้หลาย ๆ คนลองซื้อมาอ่านดูค่ะ

ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงนะ

แต่ถ้าเศรษฐกิจไม่ดีก็อดใจไว้ก่อนก็ได้ค่ะ

อย่าทำเหมือน จขบ. T^T

เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ความสุข

และเทคนิควิธีการดูแลความสุขในชีวิตประจำวันให้เป็นจริงได้

 

PS ในหนังสือบอก พิมพ์ครั้งแรก มิถุนายน 2552

แต่ว่า ในนี้ http://www.posttoday.com/lifestyle.php?id=38049 เค้าบอกว่า มีนา 52 เหอะๆ งงดีค่ะ

edit @ 6 Jun 2009 19:47:56 by B.N.'detective

ไม่ได้อัพซะนาน และคนเม้นก็เข้ามาซะถล่มทลาย T^T ...

 ...

 วันนี้เป็นวันที่ ไม่อยากให้มาถึง

เนื่องจาก เราเรียนจีนวันสุดท้าย (มันจบคอร์สแล้ว...)

ท่านแม่ไม่ให้เรียนต่อ  เพราะกลัวคุณลูกเอ็นไม่ติด - - ???

ก่อนหน้านี้ผูกพันธ์กับเพื่อนๆและน้องๆที่เรียนคลาสเดียวกันมากๆ

เราร้องไห้เลย เพราะ จะไม่ได้เรียนกับพวกนั้นอีกแล้ว

วันนี้ มาเรียนวันสุดท้าย กะว่าจะเรียนให้ดีกว่าแต่ก่อนสักหน่อย

แต่ก็...พลาดจนได้ T^T เราทบทวนมาผิดบทอ่า!! TOT

 

วันนี้ก็เอาของที่ระทึกไปให้สองนายด้วย แต่สองสาวไม่ได้ให้

เพระยังไงก็ได้พบกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่งเรื่อยๆอยู่แล้ว (ไม่ได้ลำเอียงน้า 55+)

ก็เอาหนังสือไปให้ เพราะมันมีประโยชน์

เค้าจะได้ไม่ลืมเรา ใสหนังสือก็เขียนด้วยว่า forget me not~

เราก็ไปแบบร่าเริงกว่าทุกวันปนซึ้ง *0*

แต่เอาไปเอามาไอ่คนที่รุ่นเดียวกับเรามันก็เออ ดูซึ้งอยู่

แต่ไอ่น้องนี่สิ - - * กวนได้จนวันสุดท้าย (แม่ม-*-)

ซึ้งก็ไม่ซึ้ง เชอะ!!

เราเลยเสียความรู้สึกนิดหน่อยอ่า

ตอนเลิกเรียนก็ไม่คิดจะลาหรือทักทายกันเลย

จะไม่ได้เจอกันแล้วแท้ๆ อ่า เรียนด้วยกันมาตั้งนาน TT

(เสียใจๆๆ)

คิดจะไปก็ไป แต่เราด็เข้าไปลาพวกนั้นก่อนอยู่หรอก

มันก็...โอเคอ่า~ ==a

แต่คือ มันไม่ได้เป็นอย่างที่เราคาดหวังไว้

 

เราผิดเองที่เราไปคาดหวังให้มันซึ้ง แล้วมันไม่ซึ้ง

เราก็เสียใจ

เราผิดเอง  เราก็ต้องทำใจ T^T

วันนี้ไม่มีใครซึ้งกับเราจริงๆ แม้แต่เหล่าซือ T^T

ยกเว้น!! น้องเตย~ T^T คนนี้เป็นน้องที่น่ารักมากๆ และอยู่เคียงข้างเราตลอด

เลี้ยงซูชิ 5 บาทเราก่อนกลับบ้านด้วย เป็นอาหารที่อร่อยที่สุดในโลกเลย!! TOT

ขอบคุณมากๆน้า...>_<

 

เออ แต่ไอ่คนที่มันไม่ซึ้ง มันก็ให้ตุ๊กตาเรามาอยู่ 1 ตัว

แฮมทาโร่ สีชมพู *0* น่ารักดี แต่มันแอบขาด -*-

เออ...ระทึกดีน้อง

 

ไม่รู้นะ...พวกผู้ชายทำไมไม่ค่อยละเอียดอ่อนกันเลยนะ!!>< 

 (อูยยย ล่อเป้าป่ะเนี่ย 55+)

 

ยังไงก็ต้องขอบคุณทุกๆคนที่เป็นพี่ เปนเพื่อน และเป็นน้องที่ดีมากๆ

ขอบคุณสำหรับเสียงความติ๊งต๊อง และเสียงหัวเราะมากๆนะ

เราจะไม่ลืมหนี่เมิน หนี่เมินก็อย่าลืมเรานะ T^T

 

หว่ออ้ายหนี่เมิน!! T^T

 

 

 

เดี๋ยวก่อนฮับทุกท่าน...ก่อนที่จะกล่าวบทไป...~___~

วันนี้ต้องบอกว่า ...มันร้อนเห็ดอะไรนักหนาว่ะเนี่ย !! จอร์ช ...ช่วยซาร่าด้วย ~0~

เรียนไปนี่แบบ...เหนียวหนืด เหนียวหนืดดดด... ==";;

ไม่ต้องพูดถึงสมาธิหรอกฮะ! มันแตกกระเจิง!! TOT

เหนียวเหมือนมีคนเอานมข้นหวานตราพุทธรักษามาป้ายหน้า ยังไงยังงั้นเลยค่ะ!! >_<

 

เอาล่ะ...ระบายไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

มาเข้าเรื่องของหมู่เฮากันดีกว่าน่ะเจ้า *0*

ข้าน้อยนี่ก็บ่มีอะหยังมาก ...แค่อยากจะกล่าวบทไปถึงเรื่องเน่า ๆ ของสังคม

' ที่ไม่มีทีท่าว่าจะเปลี่ยนแปลงมันไปได้ดีกว่านี้ '

==* กล่าวออกไปเหมือนจะเครียด ๆ นะ ... แต่พยายามเขียนให้เบา ๆ หน่อยแล้วกัน

 

เรื่องมันมีอยู่ว่า ที่ รร. มีคาบนึงไม่ได้เรียน (กันทั้งโรงเรียน)

แล้วแบบ ก็ไปนั่งเล่นที่โรงอาหาร  เจอเพื่อนเก่าที่เคยสนิทกันมาก ๆ ตอนประถม

แต่พอขึ้นมัธยมเค้าเรียนเก่งมาก เลยโดนจับแยกห้องกับ จขบ. ทำให้ห่างเหินกันไปโดยปริยาย

เธอผู้นี้ก็นั่งอยู่กับเพื่อน ๆ ของเธอ เราก็ยิ้มให้...

ปรากฏว่าสายตามองไปเห็นหนังสือ "เงินทองของมีค่า" ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯทำ (รึเปล่า?)

ในใจก็คิดว่า เอ๊ะ! วิชาอะไร เอามาอ่านทำไม อ่านประดับความรู้เฉย ๆ เหรอ?

 

ไม่...

 

เพื่อนเราบอกว่า จะไปแข่งคัดเลือก

คือทุกปีเนี่ย ทางตลาดหลักทรัพย์จะให้เด็กมัธยมแข่งขันเกี่ยวกับเรื่อง เงินๆทองๆ นี่แหละ

ชนะเลิศก็ได้ตังค์ได้ไปเรียนภาษาอะไรก็ว่า...ไปปปป...

 

เค้าบอกแค่นั้นแหละ (แล้วก็คุยกันอีกนิดหน่อย) เราขึ้นอีกแล้ว !!

อารมณ์ประมาณว่าน้อยใจอย่างแรงๆ!! >.,<

 

ให้มันได้อย่างงี้สิโรงเรียนผู้มอบการศึกษาแก่อนาคตของชาติ

แม้แต่เรื่องแค่นี้ยังลำเอียง!!!

ลำเอียงยังไงน่ะเหรอ?...

 

จริง ๆ แล้วเนี่ย เวลามีการสอบแข่งขันอะไรต่าง ๆ

ในความเห็นของเรานะ... มันน่าจะมีความยุติธรรมในสังคมมากกว่านี้เซ่!! ><

ตอนนั้น ตอนที่เพื่อนเราบอก เรารู้เลยว่า อาจารย์ไม่ประชาสัมพันธ์อีกแล้ว - -"

เสียใจมากกกกก...

ทำไม ทำไม และทำไม ?  ...  ทำไมต้องให้โอกาสแต่เด็กเรียนดี อยู่ห้องเก่ง

" มี-โอกาส-ทำอะไรได้ มากกว่าห้องอื่น "

ส่วนเด็กที่เรียนในระดับปานกลางไปถึงแย่ก็ไม่มีสิทธิ์รับรู้ข่าวสาร หรือเข้าร่วมกิจกรรมอย่างอื่นเลยหรือ!!??

 

เหตุใดการประชาสัมพันธ์ถึงไม่ทั่วถึง

จขบ. หูผีจมูกมดจะตาย เวลามีกิจกรรม มีการแข่งขันอะไร ทำไมจะไม่รู้!!??

เราชอบทำกิจกรรม ชอบเปิดโอกาสให้กับตัวเอง และเพื่อนคนอื่น ๆ...

บุกไปได้ถึงระดับไหนไม่เคยสน สนแค่ว่า ....หนูขอโอกาส บ้าง ได้มั้ย?

 

(กล่าวบทไปแล้วชีช้ำ T^T กระซิก กระซิกกก.ก.ก.ก.ก...)

 

เหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ครั้งเดียวด้วย

ตั้งแต่ ม.4 ปีที่แล้ว เราก็ลงชื่อ จะ ลงแข่งเงินทองฯเหมือนกัน ... แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เข้าร่วม

เพราะอะไร?....เพราะอะไรก็ไม่ทราบได้

คือตอนแรก จู่ ๆ เค้าก็บอกยกเลิกไป? เราเลยล้มเลิกความตั้งใจ ใหม่ เพราะไม่ได้แข่ง

และ...จู่ ๆ เพื่อนในห้องคนนึง (ที่มันจับคู่กับเด็กห้องคิงที่สุด) มันก็อ่านหนังสือเงินทองฯกันขะมักเขม้น

ซึ่งตอนแรกเห็นบอกยกเลิกไปแล้ว?

แล้วเห็นมันเครียดมากเลยถามว่า ทำไมต้องรีบอ่านกันขนาดนั้น แล้วข้อสอบเอามาจากไหน?

 

เค้าบอก...อาจารย์ให้มา จะสอบพรุ่งนี้แล้ว????

 

แต่ทำไมเราไม่รู้ และ คนอื่นๆ เพื่อนห้องอื่น ก็ไม่รู้ด้วยเช่นกัน!!

ทำให้พวกพี่ไม่ได้อยู่ห้องที่อาจารย์ประชาสัมพันธ์ไม่รู้เรื่องรู้ราวเลยคับ!!...-*-

 

จขบ. ถึงกับทรุด! แล้วก็....บรรยายอะไรไม่ออกอีกเลย

 

เรื่องแรกผ่านไป...

 

มาเรื่องที่สอง

 

เนื่องด้วยเราเคยเรียนกับครูสอน phy ท่านนึง

เราไม่พูดพล่ามทำเพลง ขี้เกียจพิมพ? =="

เอาเป็น หลังจากที่จารย์พูดประโยคนั้นไป

เราก็หมดศรัทธากับท่านไปเลย และสังคมของผู้บริหารในโรงเรียนน่าอนาถนี้ไปบางส่วน!?

 

(ในคาบที่ครูท่านนี้มาสอนแทน) 

"ที่ครูมาสอนที่นี่(รร นี้)คือ สอนเฉพาะห้อง ... นะ เพราะว่าครูต้องคอยติว คอยให้คำปรึกษาเค้า

  เพราะพวกนั้นเป็นความหวัง เป็นชื่อเสียงของโรงเรียน"

 

เอ้อ!! ให้มันได้อย่างงี้?

แล้วที่จารย์มาสอนพวกหนู จารย์จำใจมากหรือคะ?!!

เด็กห้องเก่งเป็นความหวังของโรงเรียนเท่านั้นหรอ... แล้วคนอื่นๆ ล่ะ

ปล่อยร้างไว้ไปตามยถากรรมงั้นหรอ

 

คำตอบคือ "ใช่" 

 

คำตอบนี้เราค้นพบด้วยตนเอง

ไม่ใช่เพราะการจินตนาการออกมา

แต่พบเห็นได้โดยทั่วไป ในการที่ไม่ให้โอกาสกับเด็กนักเรียนคนอื่นๆ

ให้ก็ให้น้อยยยย มากกกกกก....แทบจะไม่มีเลย

เพราะสำหรับเด็กกลุ่มนี้แล้ว

คือ เด็กที่ไร้ซึ่งความคาดหวังจากผู้อื่น !!

เมื่อไหร่กันคะ?  เมื่อไหร่เมืองไทยจะบินได้?

เมื่อไหร่ที่ทุก ๆ คน จะมีโอกาส มีสิทธิ เท่าเทียมกัน

นี่แค่ สังคมเล็ก ๆ ... แล้วมองไปที่สังคมใหญ่ ๆ ซิ

 

ลูกท่านหลานเธอมาก่อนเลยจ้า...- -*

เส้นพ่อ เส้นแม่ เข้าไปทั้งนั้น

ความสามารถค่อยฝึกฝนกันใหม่ ไม่เปนไร (<< อะไรก็ไม่เปนไร มันโผล่มาอีกแล้ว - -*)

 

หรือบางที มันไม่ใช่เรื่องเส้นสาย

แต่เป็นเรื่องของความน่าทนของคนเองนี่แหละ

แก่ง่าย ตาย(จากการทำงาน)ยาก ... ปิดโอกาสคนรุ่นใหม่ ที่เค้ามีความสามารถมาทำงาน

เค้าต้องตกงาน... ในขณะที่คุณ ไม่ทำอะไรเลย

ถามว่า...จขบ. รู้ได้อย่างไร ก็พี่สาว จขบ. ทำงานอยู่บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง

พี่สาวต้องทนกับความอดสูมากมายในที่ทำงาน

ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจแบบนี้

คนมีความสามารถตกงาน -- คนอีกกลุ่มนั่งตากแอร์กินเงินเดือนเล่น

เออ...สบายดีจัง~

 

Ps. เริ่มเมื่อยมือ =P

 

โอเค...ที่กล่าวบทไปนั้น สรุปง่าย ๆ สั้น ๆคือ

ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ผ่องใส << ไม่เกี่ยว!!!><

.

.

สรุปคือ 

ก็อยากให้สังคมต่าง ๆ เปิดโอกาสให้กับทุก ๆ คนอย่างเท่าเทียมกันบ้าง

เ ท่ า นั้ น เ อ ง

และ อยากจะบอกว่า

คนเก่งในประเทศนี้ มีอยู่สองประเภท คือ

เก่ง >> มีโอกาส

เก่ง >> ไม่มีโอกาส

 

ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน ...จนจบ

หวังว่า     สังคมไทยจะน่าอยู่ขึ้น และเปิดโอกาสให้กับทุกคนอย่างเท่าเทียมกันมากขึ้น  

 

ฮือ อ อ .... TOT

วันนี้ไปซื้อหนังสือที่ร้านนายอินทร์สาขาหนึ่งในประเทศไทยมา

เราได้ "กล้าหวัง กล้าเปลี่ยน The Audacity Of Hope"

ซึ่ง...เขียน : บารัค โอบามา

       แปล : สุนิสา กาญจนกุล

คิดว่าเป็นหนังสือดีอีกเล่มหนึ่ง ซึ่งหลาย ๆ คนน่าลองซื้อมาอ่านดูนะคะ :]]*

ราคา 290.- !! *0*

 

แต่ว่า ตอนไปจ่ายตังค์ที่เคาท์เตอร์  เจอกล่องหนังสือชุด Sherlock Holmes !!!!!

กรี๊ดด ดดดดด ...!!>0< "ในใจ!!"

ฮืออ อ อ อ...~~~ อยากได้ๆ  ๆ ๆ ๆ ๆ  ดิ้นตายคาร้านเค้า +0+ 55+

คือเป็นเชตตั้งแต่ต้นจนจบเลยอ่า สวยมาก ๆ ๆ ...

พี่ที่เป็นพนักงานเค้าบอกว่า 2000.- ถ้าเราซื้ออ่ะ จะขาย 1800.- (ประมาณว่ากำลังอยู่ในช่วงลดราคา)

และถ้าเราซื้อจริง ๆ อ่านะ ... จะได้ Sherlock Holmes แถมด้วย

นั่นคือ ไอ่กาตูนที่วางอยู่หน้าร้าน สูงประมาณเฉียดสองฟุตได้ แบบลูกฟูกอ่า

(คือ...แล้วฉันจะเอาไปทำไม?- -*) อ่านะ...พี่เค้าอยาก(ถือวิสาสะ)แถม 55+ ถ้าได้ก็เอา!55+

เราตั้งปณิธานว่า จะต้องซื้อให้ได้!!

คำนวณดูแล้ว ถ้าจะได้จริง ๆ ก็รอประมาณ 3 เดือน!! TOT

ไม่กล้าขอตังค์แม่ เพราะรู้แน่ ๆ ว่ามันต้องไม่ได้ ~ ฮือออ .. .. .

กลัวมาก ๆ ว่าจะมีคนชิงไปก่อน....

เอาวะ!! ลองดูสักตั้ง!! เพื่อ Sherlock Holmes   !!!!!!!

PS. เอาประวัติคร่าว ๆ มาให้อ่านกันด้วย ใคร่อ่านก็อ่านนะจ๊ะ

      ขอบคุณ wilipedia...

     เชอร์ล็อก โฮลมส์ (อังกฤษ: Sherlock Holmes) เป็นนวนิยายสืบสวนหรือรหัสคดี ประพันธ์โดยนักเขียนและนายแพทย์ชาวสก็อต คือ เซอร์อาเธอร์ โคนัน ดอยล์ ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ตัวละคร เชอร์ล็อก โฮลมส์ เป็นนักสืบชาวลอนดอนผู้ปราดเปรื่องที่มีชื่อเสียงโด่งดังด้านทักษะการประมวลเหตุและผล โดยอาศัยหลักฐานและการสังเกตอันคาดไม่ถึงเพื่อคลี่คลายคดีต่างๆ

     โคนัน ดอยล์ แต่งเรื่องเชอร์ล็อก โฮลมส์ ไว้ทั้งสิ้นเป็นเรื่องยาว 4 เรื่อง และเรื่องสั้น 54 เรื่อง เกือบทุกเรื่องเป็นการบรรยายโดยเพื่อนคู่หูของโฮลมส์ คือ ดร. จอห์น เอช. วัตสัน หรือ หมอวัตสัน ในจำนวนนี้ มี 2 เรื่องที่โฮลมส์เป็นผู้เล่าเรื่องเอง และอีก 2 เรื่องเล่าโดยบุคคลอื่น เรื่องสั้นสองเรื่องแรกตีพิมพ์ใน Beeton's Christmas Annual ในปี ค.ศ. 1887 และ Lippincott's Monthly Magazine ในปี ค.ศ. 1890 แต่หลังจากที่ชุดเรื่องสั้นลงพิมพ์เป็นคอลัมน์ประจำใน นิตยสารแสตรนด์ เมื่อปี ค.ศ. 1891 นิยายเรื่องนี้ก็โด่งดังเป็นพลุ เหตุการณ์ในนิยายอยู่ในช่วงปี ค.ศ. 1878 ถึง ค.ศ. 1903 และคดีสุดท้ายเกิดในปี ค.ศ. 1914

     เมื่อถูกถามว่า เชอร์ล็อก โฮลมส์มีตัวตนจริงหรือไม่ โคนัน ดอยล์ มักตอบว่าเขาได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างเชอร์ล็อก โฮลมส์ มาจากนายแพทย์โจเซฟ เบลล์ ผู้ซึ่งดอยล์เคยทำงานด้วยที่โรงพยาบาลเอดินเบิร์กรอยัล นายแพทย์เบลล์มีความสามารถในการหาข้อสรุปจากความสามารถในการสังเกตรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่นเดียวกับเชอร์ล็อก โฮลมส์ นอกจากนี้นายแพทย์เบลล์ยังมีความสนใจในอาชญากรรมและเคยช่วยเหลือตำรวจในการคลี่คลายคดีต่างๆ ด้วย

     ความโด่งดังของเชอร์ล็อก โฮลมส์ ทำให้ผู้อ่านจำนวนมากเชื่อว่าเขามีตัวตนจริงและพากันเขียนจดหมายไปหา มีพิพิธภัณฑ์เชอร์ล็อก โฮลมส์ ตั้งขึ้นในตำแหน่งที่น่าจะเป็นบ้านในนวนิยายของเขาในกรุงลอนดอน นับเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกที่สร้างขึ้นสำหรับตัวละครในนิยาย เรื่องราวของเชอร์ล็อก โฮลมส์ มีการนำไปดัดแปลงและแต่งเพิ่มเติมขึ้นใหม่อีกโดยนักเขียนคนอื่น ทั้งที่เขียนร่วมกับทายาทของโคนัน ดอยล์ และเขียนขึ้นใหม่เป็นเอกเทศ บทประพันธ์ของโคนัน ดอยล์ และนวนิยายที่แต่งขึ้นใหม่ ได้รับการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ ละครวิทยุ และสื่ออื่นๆ อีกมากมายนับไม่ถ้วน จนกระทั่งเชอร์ล็อก โฮลมส์ ได้รับการบันทึกจากกินเนสส์บุ๊คว่าเป็น "ตัวละครที่มีผู้แสดงมากที่สุด" ภาพลักษณ์ของโฮลมส์กลายเป็นสัญลักษณ์ของนักสืบ และส่งอิทธิพลต่อวรรณกรรมและการแสดงในประเภทรหัสคดีจำนวนมาก

    

สวัสดีคุณผู้กำลังอ่าน...

ข้าพเจ้าเปิดเทอมแล้ว หัวใจว้าวุ่นจริงๆ~*0*

 555+ (หัวเราะทั้งน้ำตา T-T)

 เครียดครับ!!

 ...

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นในการอัพบล๊อก

แต่ประเด็นคือ วันนี้ไปเจอเพื่อนที่รู้จักกันอยู่สายศิลป์ตอนกินข้าวมา

คุยไปคุยมาเราเลยถามหาเพื่อนอีกคน อักษรย่อ น.หนู

"อ้าว...แล้ว น.หนู ล่ะ"

"ไป...ตามผู้ชาย"

"เอสเจอ่ะเหรอ?"

"ช่าย...~ คยูมาทั้งที เจ๊แกลุยแหลก"

"อ้าว แล้วไปทั้งๆที่เรียนอยู่เนี่ยนะ"

"อืม"

"แล้วกลับวันไหนอ่า"

"ไม่รุเหมือนกัน ยังไม่โทรหามันเลย"

"แล้วไปตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะ"

"ตั้งแต่เปิดเทอม"

...

0.0 เฮือกกกกกกกกกกก!!

อะไรจะปานนั้นนนน .... ไม่ลงไม่เรียนมันแล้วหรอหนังสือน่ะ

เพื่อนเราคนนี้มันตามได้ตลอดจริง ๆ ไปโน่น ฮ่องกง ก็บากบั่นไป

เพื่อแค่ได้เจอ? โถ...ประเทศไทยจงเจริญ

จะเอ็นกันอยู่แล้ว เพลามั่งเถ๊อะ =="

มันเกินไปจริงๆนะ นี่ก็เปิดเทอมมาได้ 3-4 วันแล้วอ่า

ยังไม่มาเรียนอีก ขอโทษ...มันเริ่มมีงานทยอยมาแล้วนะเคอะ

คุณจะไปเจอเค้าอย่างนี้เสียอนาคตนะเพื่อนนนนน!! TOT

วันนี้ตื่นเช้า (จริงๆมันก็ไม่เช้า ราว 9 โมง เช้ส เอ๊ะ! แต่มันก็เป็นตอนเช้า - -*)

ตื่นมาพร้อมกับคำอุทานว่า "จะทุบหาแมวไรวะ!!"

 คือ...- -* มีคนมาทุบบ้านฮะ!! '0'~!!

ตุบ!!! ตุบ!!! ตุบ!!! ตุบ!!! ตุบ!!! ตุบ!!! ตุบ!!!...

 

 >> ก็เค้าจะทำห้องน้ำใหม่ <<

 

 ชิบหกแล้วจ้า!~ แปลงฟันอาบน้ำที่ไหนวะ!!

โฮกกก...TT

ก็ลงไปจะเข้าห้องน้ำข้างล่าง ก็หัวฟู ตาหย่อน น้ำลายยืดลงไป

ป๊ะหน้ากับคนที่เค้ามาช่วยทำห้องน้ำ เค้าก็มอง สีหน้าประมาณว่า...

" - -* มุงคือใคร? อ๋อ สงสัยเป็นลูกสาวบ้านี้ เพิ่งตื่นหรือวะ?"

 

หึหึ~ ==*

 

ไม่สนใจค่ะ สนใจแค่ว่า ปวดฉี่และเหนียวตัวไปหมดแล้ว มันร้อน!!!

 ห้องน้ำกุอยู่ไหนนน นนน  น น น น น นนน นนน...!!! >O<

 

สุดท้ายก็ไปหาไรกินก่อน ...ปรากฏว่า เป็น 'มะม่วงสุก - -*'

 เอามารองท้องไว้ก่อน เวิร์ค...- -*

 

เซ็งมากๆ ๆ ๆ...เลยลงทุนไปบ้านยาย

แปรงฟันอย่างเดียวก่อน

ตอนบ่ายดูหนังเกาหลีแล้วร้อนมากๆ เปิดแอร์ก็จริง แต่มันยังเหนียวตัว!!!><

ปั่นจักรยานไปบ้านยายคับ ~.~

อาบน้ำ...อูย~~~ 0.0 มีฟามสุขอย่าง  แ รง แรง  ...

คราวนี้ อาบน้ำ+สระผม เสร็จ ก็ต้องแต่งตัวใหม่ใช่มั้ย

 

ใส่เสื้อปุ๊บ~ 

 

เฮืออออออ ก กก ก ก ก กก ก...!!!!!!!!

 

เสื้อผ้ามัน "ร้อนนนน" !!! TOT

โอย~ ประเทศไทยหนีความร้อนไม่พ้นจริงๆ

แล้วที่อาบน้ำไปมันเพื่อ...เพื่ออะไรว้ะ!!!

 

ขอจบการบ่นเพียงเท่านี้ สวัสดีค่ะ - -*

edit @ 6 May 2009 16:58:49 by B.N.'detective

 เมื่อวานเวลา ประมาณ 3 ทุ่มครึ่ง กว่าๆ...

เพื่อนข้าพเจ้าโทรมาบอกว่าไม่ติดนายร้อย เพราะไม่ได้ตรวขข้อสอบครับท่าน...

แหะๆ ;P อย่าเพิ่งตกใจ เพราะ ใช่ว่าระบบผิดพลาด

คืองี้...เพื่อนข้าพเจ้า มันทำได้หมดยกเว้นอังกฤษ

แล้วเผอิ๊ญปีนี้ เค้าตรวจภาษาอังกฤษก่อน ถ้าไม่ผ่านก็ไม่ตรวจอันอื่น

ด้วยความที่อังกฤษมันค่อนข้างซื่อบื้อนิสนึง ==a มันเลยชวด

อันข้าฯนี้ก็ให้หนังสือมันยืมไปอ่านหลายเล่ม (แล้วทำไมเอ็งไม่ติดฟระ!!>-<)

เอาเถอะ ไม่เป็นไร สู้ๆเว้ยเพื่อน T^T

เพื่อนคนนี้มันกล่าวว่า...

ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (เรียนงี้มั้ง เหอะๆ- -* จำไม่ได้) ท่านจบนอกมา

แล้วอยากให้ บุคลาการ มีความสามารถภาษาอังกฤษมากพอ

และ ปีที่แล้วๆมา เด็กตกอังกฤษกันเยอะ เลยเปลี่ยนระบบใหม่เลย ไรงี้

ก็สงสารมัน

มีเพื่อนคนนึงเรียน พสวท. เด็กหัววิทย์ๆ อ่านะ แบบว่า คนเขากล่าวขานความเมพของมันมากมากกก...

มันก็ไม่ติดเหมือนกัน 55+ (หัวเราะทำไม?- -*) แต่ว่า ร.ร. เราก็ติดอยู่ เด็ก ม.3 กิ๊ฟเต็ด ==a

เฮ่อออออ...เสียดาย  แต่ทำไงได้มันผ่านไปแล้ว

ส่วนพวกที่ต้องตั้งหน้าตั้งตาเรียนที่เดิมต่อไปนั้น ก่อนอื่นมันก็ต้องแก้ 0 ก่อน

เพราะมันติดเยอะเหลือเกิน ด้วยความที่ทั้งปี เอาแต่เตรียมตัว สอบนายร้อย ==a

 

แต่ไอ้เพื่อนรักของเราคนนี้มันก็ยังแอบกัดเราอีกนิสนึงแบบแสบๆว่า

อังกฤษน่ะมันไม่รู้เรื่องเลย ยากสำหรับมันค่อนข้างมาก แต่เราทำไมทำได้ไรงี้ (คนมันเก่ง ไอ่น้อง...)

มันบอกว่าเราก็พอไปได้เกือบทุกอย่าง (ไม่จริงหรอก 555+)

แต่เลขนี่...ทำไม...(มันเริ่มตะกุกตะกัก เราก็รอฟังว่ามันพูดว่าอะไร? ลุ้นๆๆ)

ทำไม...ทำไม...(ลุ้นต่อไป 55+)...ทำไม...ซื่อบื้อ จัง? (- -*!!!!!!! อ๊ากกกก )

แต่ก็จริงของมาน 555+ TOT

จริงๆมันก็อยากบอกว่าเรา " โง่ " อ่าแหละ แต่ก็นะ...รักษาน้ำจายยยย~ เออ ขอบใจว่ะ - -*

 

เออ เลขมันเก่งขั้นเทพ รู้ ๆ แหม...กัดซะเจ็บแสบ

 

ยังไงก็สู้ๆ นะเพื่อน เหอะๆ ==a

 

เรื่องราวก็จบเพียงเท่านี้ สวัสดีค่ะ